• Blog
  • Tech Knowledge
  • ทำไม Data Center ของจีนในไทยถึงต้องชะลอตัว และภาครัฐจับตามองมากขึ้น?

Tech Knowledge

ทำไม Data Center ของจีนในไทยถึงต้องชะลอตัว และภาครัฐจับตามองมากขึ้น?

NC

By Nipa C. (Nipa Cloud)

Published : September 9, 2026

Time : 3 min read

ทำไม Data Center ของจีนในไทยถึงต้องชะลอตัว และภาครัฐจับตามองมากขึ้น?

อุตสาหกรรม Data Center และ AI Infrastructure คือเค้กชิ้นโตที่ทุกประเทศในอาเซียนอยากแย่งชิง ไทยเองก็เป็นเป้าหมายยอดนิยมของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งจีน แต่ท่ามกลางตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนหลักแสนล้านบาท ภาพอีกด้านกลับพบว่าโครงการ Data Center จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน กำลังเผชิญภาวะ "ชะลอตัว" และถูกรีเซ็ตเงื่อนไขใหม่ อะไรคือสาเหตุเบื้องหลัง? บทความนี้สรุปให้ครบทั้งมุมยุทธศาสตร์ นโยบาย มาตรฐานภาครัฐ ความมั่นคงไซเบอร์ และภูมิรัฐศาสตร์

มาตรการ "สแกนเข้ม 4 มิติ" จากภาครัฐและเกณฑ์ใหม่จาก BOI

กระทรวงพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปรับนโยบายจากการเน้น "มูลค่าเงินลงทุนสูง" มาเป็น "Quality Investment" เพื่อคัดกรองโครงการจริงและป้องกันการกั๊กสิทธิ ดังนี้

  • วางเงินประกันความพร้อม — บังคับวาง Bank Guarantee สูงถึง 4.5 ล้านบาทต่อ 1 เมกะวัตต์ เพื่อสกัดกลุ่มเก็งกำไรโควตา
  • โครงสร้างค่าไฟใหม่ หรือ Category 9 — จัดเก็บค่าไฟ Data Center ในอัตราเฉพาะที่สะท้อนต้นทุนจริงตามหลัก "ผู้ใช้มากจ่ายมาก" เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับประชาชน
  • กระจายโซนนิ่ง Power & Water Map — บีบให้ย้ายพื้นที่ก่อสร้างออกนอก EEC ไปยังจังหวัดที่มีกำลังไฟและน้ำเหลือ เช่น สระบุรี ราชบุรี หรือขอนแก่น
  • ต้องสร้างประโยชน์ให้คนไทย — ต้องมีแผนพัฒนาบุคลากรด้าน AI/Digital ในประเทศ และใช้ Local Supply Chain ร่วมด้วย ไม่ใช่แค่มาตั้งตึกแล้วขนฮาร์ดแวร์เข้ามาอย่างเดียว

เกมภูมิรัฐศาสตร์และสงครามเทคโนโลยี

มิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และทิศทางการทูตของไทย ดังนี้

  • การคานอำนาจทางเศรษฐกิจ — ไทยต้องรักษาสมดุลทางการทูต การชะลอความร้อนแรงของทุนจีนบางส่วนช่วยลดข้อครหาว่าไทยเอนเอียงไปทางจีนมากเกินไป พร้อมเปิดพื้นที่รับการลงทุนจาก Big Tech สหรัฐฯ มากขึ้น
  • มาตรการแซงก์ชันฮาร์ดแวร์ — สหรัฐฯ คุมเข้มการส่งออกชิป AI ประมวลผลสูง ทำให้บริษัทจีนที่ต้องการขยายศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศเจอปัญหาซัพพลายเชนฮาร์ดแวร์
  • ข้อกังวลด้าน Data Governance — ภาครัฐไทยเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติโครงการ เพื่อป้องกันปัญหาไซเบอร์และความมั่นคงของข้อมูลในระดับสากล

ความเสี่ยงจากกฎหมาย National Intelligence Law ของจีน

ประเด็นแหลมคมที่สุดที่ทำให้องค์กรและภาครัฐทั่วโลก รวมถึงไทย ต้องระมัดระวังในการใช้ Data Center และคลาวด์ของทุนจีน คือความเสี่ยงด้าน Data Residency, Cross-Border Data Flow และการแทรกแซงทางกฎหมายจากประเทศต้นทาง

ตามมาตรา 7 ของกฎหมาย การข่าวกรองแห่งชาติจีน ปี 2017 องค์กรและพลเมืองจีนมีหน้าที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับงานข่าวกรองของรัฐ นั่นหมายความว่าหากรัฐบาลจีนร้องขอข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานหรือคลาวด์ของบริษัทสัญชาติจีน ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศใด บริษัทเหล่านั้นก็มีพันธะทางกฎหมายที่ต้องส่งมอบข้อมูล

นี่คือจุดที่ขัดกับหลัก Data Sovereignty และ PDPA ของไทยโดยตรง เพราะต่อให้เป็นระบบของคนไทยเอง แม้ Data Center จะตั้งอยู่ในไทย แต่ถ้าผู้ให้บริการเป็นสัญชาติจีน ความเสี่ยงเรื่องการส่งข้อมูลออกนอกประเทศแบบไม่เปิดเผยก็ยังไม่หมดไป ซึ่งหมายถึงข้อมูลความลับทางธุรกิจ ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลภาครัฐ อาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่สามตามกรอบกฎหมายจีน โดยเจ้าของข้อมูลไม่รับรู้หรือยินยอม ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่เรื่องข้อมูลรั่วไหลทั่วไป แต่อาจกระทบถึงความลับทางการแข่งขันขององค์กร ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมาก หรือแม้แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่มีทางรู้หรือตรวจสอบได้เลยว่าข้อมูลของตนถูกเข้าถึงไปแล้วหรือไม่

ศึกษารายละเอียดเปรียบเทียบผลกระทบด้านกฎหมายและความอธิปไตยทางข้อมูลระหว่างคลาวด์ไทยและคลาวด์จีนเพิ่มเติมได้ที่ บทความเปรียบเทียบ คลาวด์ไทย vs คลาวด์จีน

อ่านต่อที่นี่! บทความเปรียบเทียบ คลาวด์ไทย vs คลาวด์จีน แตกต่างอย่างไร?

ยกระดับการคัดกรองด้วยมาตรฐานวิศวกรรมไทย (วสท.) และมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล (DGA)

ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลของไทยยกระดับกรอบมาตรฐานเพื่อคัดกรองผู้ให้บริการอย่างเข้มงวดขึ้น ผ่านสองมาตรฐานหลัก ดังนี้

  1. มาตรฐานวิศวกรรม Data Center (วสท. 022012) ออกโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ NECTEC กำหนดเกณฑ์ทางวิศวกรรมที่เหมาะกับบริบทไทย เช่น การรับน้ำหนัก สถาปัตยกรรมป้องกันอัคคีภัย ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และระบบทำความเย็น
  1. มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล (มรด. 9-3) พัฒนาโดย DGA กำหนดคุณสมบัติ สถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัย และเกณฑ์ประเมินผู้ให้บริการคลาวด์ที่จะรองรับข้อมูลภาครัฐและองค์กรไทย

โครงสร้างต้นทุนใหม่และความท้าทายด้าน ROI ที่ผันผวนกว่าเดิม

อัตราค่าไฟ Category 9 และเงื่อนไขภาษีใหม่ รวมถึงการต้องวาง Bank Guarantee สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนข้ามชาติต้องกลับมาทบทวน Financial Model และ ROI ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงาน หรือ OPEX ต่อเมกะวัตต์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค Southeast Asia ก็เริ่มส่งสัญญาณคุมเข้มการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติในทิศทางเดียวกัน ภาพรวมอุตสาหกรรมจึงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่เน้น "คุณภาพและเสถียรภาพความมั่นคง" มากกว่าการแข่งขันด้วยปริมาณเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

ในสภาวะที่โครงการใหม่จากต่างชาติต้องชะลอการลงทุนเพื่อปรับตัว โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ Data Center สัญชาติไทยที่มีความพร้อมและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างคล่องตัวกว่า จึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์องค์กรไทย ทั้งในแง่ความคุ้มค่า และการใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวน

เมื่อความเสี่ยงเหล่านี้รวมกัน จุดยืนของผู้ให้บริการสัญชาติไทยก็ชัดเจนขึ้น

ท่ามกลางข้อกังวลด้านกฎหมายจีน กฎระเบียบใหม่ และสงครามเทคโนโลยี Nipa Cloud เป็นผู้ให้บริการ Cloud Infrastructure สัญชาติไทยแท้ ที่ตัดความเสี่ยงเหล่านี้ออกไปได้ตั้งแต่ต้นทาง ดังนี้

  • Data Sovereignty 100% — ปราศจากความเสี่ยงภายใต้กฎหมายการข่าวกรองของจีนหรือกฎหมายต่างชาติอื่นใด ข้อมูลจัดเก็บและประมวลผลในไทยภายใต้ PDPA เท่านั้น
  • ตรงตามมาตรฐานไทย — สอดคล้องกับวสท. 022012 และมรด. 9-3 พร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐและองค์กรได้ทันที
  • ไม่ผูกกับสงครามเทคโนโลยี — ไม่ติดมาตรการแซงก์ชันข้ามประเทศ ไม่ต้องกังวลเรื่องการคุมเข้มชิป AI
  • ต้นทุนคาดการณ์ได้ — จ่ายเป็นเงินบาท ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงจากการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ และช่วยหนุน ecosystem เทคโนโลยีไทยไปพร้อมกัน

นอกจากความปลอดภัยด้านข้อมูล โครงสร้างทางกฎหมาย และต้นทุนที่คาดการณ์ได้แล้ว การเลือกใช้ Cloud Infrastructure ภายในประเทศยังส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ Data Center ทั้งข้อดีและผลกระทบต่างๆ กับสิ่งแวดล้อม สามารถอ่านต่อได้จากบทความ เจาะลึกข้อเท็จจริง Data Center กับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านต่อที่นี่! เจาะลึกข้อเท็จจริงเรื่อง Data Center กับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ชะลอเพื่อ "จัดระเบียบ" ไม่ใช่ปิดประตูการลงทุน แต่เพื่อความมั่นคงระยะยาว

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การที่ไทย "ปิดประตู" ไม่รับการลงทุน Data Center จากต่างชาติ แต่คือการ "จัดระเบียบเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่" เพื่อยกระดับมาตรฐานการลงทุน เสริมความมั่นคงปลอดภัย และปกป้องอธิปไตยทางข้อมูลของประเทศในระยะยาว

สำหรับองค์กรและหน่วยงานไทยที่มองหาความมั่นคงอย่างแท้จริง ไร้ความเสี่ยงจากกฎหมายข่าวกรองข้ามชาติ และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของไทยตั้งแต่วันแรก Nipa Cloud คือผู้ให้บริการคลาวด์สัญชาติไทยที่พร้อมตอบโจทย์ โดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงหรือรอคอยการปรับตัวของทุนต่างชาติ นอกจากมิติความปลอดภัยด้านข้อมูลและโครงสร้างทางกฎหมายแล้ว การดำเนินงานของ Data Center ยังมีประเด็นสำคัญเรื่องการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ยกระดับความมั่นคงและอธิปไตยทางข้อมูลขององค์กรคุณบนคลาวด์ไทยวันนี้ คลิกเลย!

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI): แนวทางและนโยบายส่งเสริมการลงทุนศูนย์สารสนเทศ (Data Center) และบริการคลาวด์ (Cloud Service) เพื่อความยั่งยืน
  • กระทรวงพลังงาน & สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.): สรุปมาตรการการจัดสรรกำลังไฟฟ้าและข้อกำหนดหลักประกันการใช้งานพลังงานสำหรับอุตสาหกรรม Data Center
  • วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) & สถาบัน DTEC (NECTEC): มาตรฐานดาตาเซนเตอร์สำหรับประเทศไทย (วสท. 022012) และหลักเกณฑ์การตรวจประเมินรับรองการออกแบบและติดตั้ง
  • สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพด. / DGA): มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยแนวทางการกำหนดมาตรฐานผู้ให้บริการคลาวด์ (มรด. 9-3: Digital Government Standard on Cloud Service Provider Guidelines)
  • U.S. Bureau of Industry and Security (BIS) & U.S. Department of Commerce: Export Controls on Advanced Computing and Semiconductor Manufacturing Items and Geopolitical Impact on Data Infrastructure

Tag:

Data Center

Share this Article

Share