Data Center แย่งใช้น้ำ-ไฟฟ้ามหาศาล ทำลายสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?

Data Center แย่งใช้น้ำ-ไฟฟ้ามหาศาล ทำลายสิ่งแวดล้อมจริงหรือ? | Open Source Cloud & AI Podcast EP.10

Published : August 19, 2026


Open Source Cloud & AI Podcast EP.10

เมื่อ Data Center และ AI Infrastructure กำลังเติบโต… หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามถึงอีกด้านของเทคโนโลยี ทั้งการใช้ไฟฟ้า ความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์ และการใช้น้ำ

…แต่ความจริงคือ Data Center ไม่ได้ใช้ทรัพยากรเท่ากันทั้งหมด

ใน Open Source Cloud & AI Podcast EP.10 นี้ เราจะเผยข้อเท็จจริงที่คนสงสัยกับ ดร. อภิศักดิ์ จุลยา ที่จะมาแยกให้เห็นชัดว่า Data Center แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และอะไรคือส่วนที่ใช้พลังงานและทรัพยากรสูงจริง

💡 Cloud, AI Training และ AI Inference Data Center ต่างกันอย่างไร?

💡 Data Center ทุกแห่ง “กินไฟมหาศาล” จริงหรือไม่?

💡 ทำไม AI Training ต้องใช้ GPU และพลังงานสูงกว่า Cloud ทั่วไปหลายเท่า?

💡 การระบายความร้อนของ Data Center จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากเสมอไปหรือไม่?

💡 ระบบหล่อเย็นแบบปิด (Closed-loop Cooling) และการหมุนเวียนน้ำช่วยลดการใช้น้ำได้อย่างไร?

💡 ทำไมการเหมารวมว่า Data Center ทุกประเภทใช้ทรัพยากรเท่ากัน อาจทำให้คุณเข้าใจผิด?

💡 PUE คืออะไร และช่วยบอกประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center ได้จริงแค่ไหน?

💡 Cloud ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการใช้พลังงานโดยรวมได้อย่างไร?

💡 พลังงานสะอาดและ Green Energy สำคัญแค่ไหนต่ออนาคตของ Data Center และ AI Infrastructure?

💡 NIPA Cloud วางแนวทางจาก Cloud Data Center ไปสู่ AI Inference Infrastructure อย่างไร?

เพราะคำถามอาจไม่ใช่แค่ “Data Center ใช้น้ำและไฟมากแค่ไหน?” แต่คือ “เป็น Data Center แบบไหน และบริหารทรัพยากรอย่างไร?”

🎧 รับชมบทสนทนาแบบเต็ม ๆ และทำความเข้าใจอีกด้านของ Data Center ได้ในคลิปนี้

#DataCenter #AIDataCenter #AIInfrastructure #CloudDataCenter #AITraining #AIInference #GPU #CloudComputing #Sustainability #GreenDataCenter #EnergyEfficiency #NIPACloud #OpenSourceCloudAndAIPodcast

ฟัง Open Source, Cloud & AI Podcast ได้ที่

podcast-cta-youtube-icon

Share this Article

Share

HOST
Host
Nipa Cloud
Writer

We—as a team of Thai people—are assured that Thai cloud is the absolute answer for driving your business in the digital era.