Cloud Hosting คือ
Tech Knowledge

Shared Hosting หรือ Cloud Hosting แบบไหนเหมาะกับธุรกิจยุคดิจิทัล ?

Published : January 28, 2026Time : 5 min read

ในยุคที่เว็บไซต์คือหัวใจของธุรกิจ ความเร็ว ความเสถียร และความปลอดภัยของระบบ Hosting กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน หลายองค์กรเคยประสบปัญหาเว็บไซต์ล่มในช่วงที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก หรือโหลดช้าเพราะทรัพยากรถูกแชร์กับเว็บไซต์อื่น ปัญหาเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายธุรกิจเริ่มหันมามอง Cloud Hosting ในฐานะทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

ทำความเข้าใจ Shared Hosting และ Cloud Hosting ก่อนเลือกใช้งาน

Shared Hosting คือ การเช่าพื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ร่วมกับเว็บไซต์อื่น ๆ หลายเว็บไซต์ ซึ่งหมายความว่าทุกเว็บไซต์จะใช้ทรัพยากรเดียวกัน เช่น CPU, RAM และ Bandwidth ข้อดีคือราคาถูก เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อนมากหรือผู้เริ่มต้น แต่ข้อจำกัดคือเมื่อมีเว็บไซต์ใดใช้ทรัพยากรมากเกินไป เว็บไซต์อื่น ๆ บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกันก็จะช้าลงหรือเสี่ยงล่มได้

Cloud Hosting คือ รูปแบบการให้บริการที่ใช้เทคโนโลยี Virtualization ในการจัดสรรทรัพยากร (เช่น CPU, RAM, Storage) จากเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่แบบ Shared Resource จนถึง Dedicated Resource ที่มีการการันตีประสิทธิภาพ ระบบนี้รองรับการเติบโตและความยืดหยุ่นสูงสุด ด้วยความสามารถในการ ขยายขนาด (Vertical Scaling) ทรัพยากรได้ทันที และการทำซ้ำ (Horizontal Scaling) เพื่อให้ระบบยังทำงานได้ แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์บางตัวมีปัญหา จึงมั่นใจได้ในความเสถียร ความเร็ว และความต่อเนื่องของการทำงานในทุกสถานการณ์

เปรียบเทียบ Cloud Hosting vs Shared Hosting ต่างกันตรงไหนบ้าง?


คุณสมบัติ Shared Hosting Cloud Hosting
โครงสร้างระบบ ใช้เซิร์ฟเวอร์เดียวร่วมกับหลายเว็บไซต์ เลือกใช้ได้ทั้งแบบ Shared Resource และ Dedicated Resource
ประสิทธิภาพ ความเร็วไม่คงที่ เพราะทรัพยากรถูกแชร์ร่วมกัน สูงและเสถียรมากกว่า Shared Hosting
ความเสถียร หากเซิร์ฟเวอร์หลักมีปัญหา เว็บไซต์ทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์นั้นจะล่มหรือช้า หากเซิร์ฟเวอร์หลักมีปัญหา ระบบจะสลับไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นในเครือข่าย ทำให้ไม่ล่มและยังทำงานต่อได้ พร้อมทั้งมีการันตี SLA จากผู้ให้บริการ
ความปลอดภัย ในกรณีที่ไม่ได้มีการป้องกันทางโครงสร้างชัดเจน อาจเสี่ยงเกิดปัญหาจากระบบหนึ่ง กระทบไปที่ระบบอื่น ๆ ได้ มีการ virtualize resource แยกกันชัดเจน ปลอดภัยกว่าเพราะมีการป้องกัน Memory Leak ไม่ให้แพร่กระจาย
ความยืดหยุ่น การปรับเปลี่ยนขนาดทรัพยากรได้ถูกจำกัด ต้องอัปเกรดหรือย้ายเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะทำให้เกิดช่วง Down Time ปรับเปลี่ยนขนาดทรัพยากรได้ตามการใช้งานจริง แบบ "On-Demand"ทำให้ไม่เกิด Down Time
ค่าใช้จ่าย ราคาถูก เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็ก จ่ายตามการใช้งานจริง คุ้มค่าระยะยาวสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตและต้องการประสิทธิภาพสูง
เหมาะกับใคร เว็บไซต์ส่วนตัว บล็อก การทดสอบโปรเจค หรือธุรกิจขนาดเล็ก รองรับธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่

ทำไมหลายธุรกิจเริ่มเปลี่ยนมาใช้ Cloud Hosting มากขึ้น ?

1. เสถียรและไม่ล่มง่าย

Cloud Hosting สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบ Shared Resource รองรับการขยายขนาด (Vertical Scaling) ทรัพยากรได้ทันที และ Dedicated Resource และการทำซ้ำ (Horizontal Scaling) เพื่อให้ระบบยังทำงานได้ แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์บางตัวมีปัญหา ทำให้เว็บไซต์ออนไลน์ได้ตลอดเวลา เหมาะกับธุรกิจที่ไม่สามารถให้เว็บไซต์ล่มได้ เช่น E-Commerce หรือบริการออนไลน์ ที่การล่มจะส่งผลต่อรายได้และความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยตรง

2. ความเร็วสูงและรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมากกว่า

รองรับการกระจายโหลดจากหลายเครื่องด้วย Load Balancer เว็บไซต์จึงโหลดเร็วและรองรับผู้เข้าชมพร้อมกันได้มาก เหมาะกับธุรกิจที่มีทราฟฟิกสูง เช่น สื่อออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มบริการลูกค้า

3. ปลอดภัยกว่า

ระบบ Cloud แยกทรัพยากรของแต่ละเซิร์ฟเวอร์ออกจากกัน ลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีข้ามเซิร์ฟเวอร์ และมีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความมั่นคงด้านข้อมูล เช่น ธนาคาร ประกัน หรือองค์กรขนาดใหญ่

4. ยืดหยุ่นและขยายได้ง่าย

สามารถเพิ่มหรือลดทรัพยากรได้ตามการใช้งานจริง โดยไม่ต้องย้ายเซิร์ฟเวอร์ เหมาะกับธุรกิจที่เติบโตเร็วหรือมีฤดูกาลขาย เช่น ร้านค้าออนไลน์ สตาร์ทอัพ หรือ สถาบันการสอบวิชาชีพที่เปิดเป็นรอบ

5. คุ้มค่าในระยะยาว

ถึงแม้การใช้งาน Cloud Hosting จะมีราคาที่สูงกว่า Shared Hosting แต่สามารถใช้ Cloud Hosting ที่เป็นคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ลดต้นทุนการดูแล Hardware ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในงบประมาณที่ควบคุมได้ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเสียหายทางรายได้ของธุรกิจ ที่อาจเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมมหาศาลในกรณีที่มีการล่มของเว็ปไซต์

ทิศทางและแนวโน้มของ Hosting ที่ธุรกิจควรรู้ในอนาคต

ทิศทางของ Hosting ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่ยุค Cloud-first ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Cloud, AI และ Automation เพื่อให้ระบบทำงานอัตโนมัติ ปลอดภัย และปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามความต้องการแบบเรียลไทม์ ดังนั้น การใช้ Cloud Hosting จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจออนไลน์ เพราะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และรองรับการเติบโตได้ไม่จำกัด การลงทุนใน Cloud Hosting กับ NIPA Cloud จึงเป็นคำตอบสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณแข่งขันได้ในระดับสากล และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลในอนาคต

NIPA Cloud ยินดีให้คำปรึกษาแก่ทุกองค์กร
AUTHOR
Author
NIPA Cloud
Writer

We—as a team of Thai people—are assured that Thai cloud is the absolute answer for driving your business in the digital era.