• Blog
  • Tech Knowledge
  • เจาะลึก HTTPS จากหลักการพื้นฐานถึงการปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณในโลกออนไลน์

Tech Knowledge

เจาะลึก HTTPS จากหลักการพื้นฐานถึงการปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณในโลกออนไลน์

NC

By Nipa C. (Nipa Cloud)

Published : May 8, 2025

Time : 5 min read

หลักการทำงานของ HTTPS

ทุกครั้งที่เราเปิดเว็บไซต์ กรอกข้อมูล หรือล็อกอินเข้าสู่ระบบ ข้อมูลจะถูกส่งไปมาระหว่างอุปกรณ์ของผู้ใช้กับ Server อยู่ตลอด แม้ผู้ใช้งานจะมองไม่เห็นกระบวนการเหล่านี้ แต่หากการรับส่งข้อมูลไม่ได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสม ก็อาจเกิดความเสี่ยงระหว่างทางได้ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน

เรื่องความปลอดภัยจากการเชื่อมต่อจึงกลายเป็นพื้นฐานที่เว็บไซต์ต้องให้ความสำคัญ และเป็นเหตุผลที่เรามักเห็นคำว่า HTTP และ HTTPS ปรากฏอยู่ด้านหน้า URL ของเว็บไซต์ แม้จะดูต่างกันเพียงตัวอักษรไม่กี่ตัว แต่ในแง่ของการใช้งานและความปลอดภัยกลับมีความแตกต่างที่ควรรู้

บทความนี้ Nipa Cloud จะพาไปทำความเข้าใจว่า HTTP และ HTTPS คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร แต่ละแบบทำงานในลักษณะไหน และเหตุใด HTTPS จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของเว็บไซต์ในปัจจุบัน

HTTP และ HTTPS คืออะไร? เข้าใจ Protocol ที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์

ก่อนจะเข้าใจความแตกต่างของ HTTP และ HTTPS ต้องรู้จักคำว่า Protocol ก่อน โดย Protocol คือ กฎหรือมาตรฐานที่กำหนดวิธีการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หรือระบบ เพื่อให้ทั้งสองฝั่งสามารถรับส่งและเข้าใจข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน

ซึ่ง Protocol ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เว็บไซต์โดยตรง คือ “HTTP” และ “HTTPS” ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลระหว่าง Web Browser กับ Server เช่น เมื่อเราเปิดหน้าเว็บไซต์ Browser จะส่ง Request ไปยัง Server เพื่อขอข้อมูล และ Server จะส่ง Response กลับมาเป็น HTML รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลอื่นที่ใช้ในการแสดงผล

  • HTTP (Hypertext Transfer Protocol) คือ Protocol พื้นฐานสำหรับการรับส่งข้อมูลระหว่าง Browser กับ Server ผ่านกระบวนการ Request และ Response แต่เนื่องจาก HTTP ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างทาง จึงมีความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจถูกมองเห็นหรือแก้ไขได้ หากมีบุคคลอื่นสามารถเข้าถึง Traffic บนเครือข่าย
  • HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) คือ HTTP ที่เพิ่มความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลด้วย TLS (Transport Layer Security) โดยช่วยเข้ารหัสข้อมูลระหว่าง Browser และ Server ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่ถูกแก้ไขระหว่างทาง และยืนยันตัวตนของ Server ผ่าน Digital Certificate ทำให้การเชื่อมต่อมีความปลอดภัยมากกว่า HTTP

HTTPS ทำงานอย่างไร ก่อนข้อมูลจะถูกส่งออกจาก Browser?

ก่อนที่ Browser และ Server จะเริ่มรับส่งข้อมูลผ่าน HTTPS จะมีขั้นตอนที่เรียกว่า “TLS Handshake” เพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  1. Browser เริ่มเชื่อมต่อกับเว็บไซต์: เมื่อผู้ใช้เปิด URL ที่เป็น https:// Browser จะติดต่อไปยัง Server พร้อมส่งข้อมูลเกี่ยวกับ TLS Version และวิธีการเข้ารหัสที่รองรับ เพื่อเริ่มต้นการเชื่อมต่อ
  2. Server ตอบกลับและส่ง Digital Certificate: Server จะเลือกค่าที่รองรับร่วมกันสำหรับการเชื่อมต่อ และส่ง Digital Certificate เพื่อใช้ยืนยันตัวตนของ Server และ Domain
  3. Browser ตรวจสอบ Certificate: Browser จะตรวจสอบว่า Certificate ตรงกับ Domain อยู่ในช่วงเวลาที่ใช้งานได้ และได้รับการรับรองจาก Certificate Authority (CA) ที่เชื่อถือได้
  4. Browser และ Server แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับสร้างกุญแจ: ทั้งสองฝั่งจะใช้ข้อมูลจากกระบวนการ Key Exchange เพื่อสร้าง Shared Secret สำหรับนำไปใช้สร้างกุญแจเข้ารหัส
  5. สร้าง Session Key สำหรับการสื่อสาร: Browser และ Server จะนำข้อมูลจากกระบวนการ Key Exchange มาสร้างกุญแจสำหรับเข้ารหัสข้อมูลใน Session นั้น หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า Session Key เพื่อใช้ปกป้องข้อมูลที่รับส่งระหว่างกัน
  6. เริ่มรับส่งข้อมูลผ่านช่องทางที่เข้ารหัส: เมื่อ TLS Handshake สำเร็จ HTTP Request และ Response จะถูกส่งผ่านการเชื่อมต่อ TLS ที่ได้รับการเข้ารหัสแล้ว

HTTP และ HTTPS ต่างกันอย่างไร?

แม้ HTTP และ HTTPS จะใช้หลักการ Request และ Response ในการรับส่งข้อมูลระหว่าง Browser กับ Server เหมือนกัน แต่เมื่อมองในด้านความปลอดภัย รูปแบบการเชื่อมต่อ และการใช้งานจริงบนเว็บไซต์ จะเห็นความแตกต่างได้ค่อนข้างชัด ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ HTTP HTTPS
รูปแบบ URL http:// https://
Port ที่ใช้ทั่วไป 80 443
ความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลด้วย TLS มีการเข้ารหัสข้อมูลด้วย TLS
การกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ ไม่เหมาะกับข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนบุคคล เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีการ Login กรอกแบบฟอร์ม หรือทำธุรกรรม
ความเสี่ยงเมื่อใช้เครือข่ายสาธารณะ ข้อมูลมีโอกาสถูกดักอ่านหรือแก้ไขระหว่างทางได้ง่ายกว่า ช่วยลดความเสี่ยงจากการดักอ่านหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง
การแสดงผลบน Browser Browser อาจแสดงว่า Connection ไม่ปลอดภัย Browser สามารถตรวจสอบ Certificate ของเว็บไซต์ได้
ความเหมาะสมกับเว็บไซต์ปัจจุบัน เหมาะกับบางระบบภายในหรือ Environment เฉพาะ เหมาะกับเว็บไซต์และ Web Application ที่เปิดให้ใช้งานผ่าน Internet
ผลต่อความน่าเชื่อถือ ผู้ใช้อาจไม่มั่นใจเมื่อเห็นว่าเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์และผู้ใช้งาน
ผลต่อ SEO อาจเสียเปรียบเว็บไซต์ที่ใช้ HTTPS เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือและเหมาะกับ SEO มากกว่า

ทำไม HTTPS ถึงกลายเป็นพื้นฐานที่ทุกเว็บไซต์ควรมี?

HTTPS ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการรับส่งข้อมูล และยังเป็นพื้นฐานสำคัญของเว็บไซต์ในปัจจุบัน โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

  1. ช่วยปกป้องข้อมูลระหว่างการรับส่ง: HTTPS ช่วยเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งระหว่าง Browser และ Server ลดความเสี่ยงจากการดักอ่านหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง
  2. ช่วยยืนยันตัวตนของเว็บไซต์: Browser สามารถตรวจสอบ Certificate เพื่อยืนยันว่า Domain ที่กำลังเข้าใช้งานเชื่อมต่อกับ Server ที่ถูกต้อง
  3. รองรับเว็บไซต์และ Web Application สมัยใหม่: Web Feature หลายประเภทต้องทำงานผ่าน Secure Context ทำให้ HTTPS เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเว็บไซต์และ Application ในปัจจุบัน
  4. เป็นพื้นฐานที่ดี SEO: Google แนะนำให้เว็บไซต์ใช้ HTTPS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึง และเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของ Technical SEO

HTTP และ HTTPS ถูกนำไปใช้งานกับระบบแบบไหนบ้าง?

ปัจจุบันเว็บไซต์ที่เปิดให้ใช้งานผ่าน Internet ควรใช้ HTTPS เป็นพื้นฐาน แม้จะไม่มีการรับส่งข้อมูลสำคัญ เพราะช่วยปกป้องข้อมูลระหว่างการเชื่อมต่อ และลดความเสี่ยงจากการดักอ่านหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง

ตัวอย่างระบบที่ควรใช้ HTTPS

  • เว็บไซต์ที่มีการ Login เช่น ระบบสมาชิก ระบบลูกค้า หรือ Employee Portal
  • เว็บไซต์ที่รับข้อมูลผ่าน Form เช่น Contact Form, Registration Form หรือแบบฟอร์มสมัครบริการ
  • E-Commerce ที่มีขั้นตอน Login, Checkout และการชำระเงิน
  • Web Application และระบบหลังบ้าน ที่ใช้จัดการข้อมูลภายในองค์กร
  • API ที่มีการรับส่งข้อมูลระหว่าง Frontend, Application และ Backend
  • ระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลธุรกิจ
  • เว็บไซต์ทั่วไปที่เปิดให้ใช้งานผ่าน Internet แม้ไม่มีการ Login ก็ควรใช้ HTTPS เพื่อปกป้อง Traffic ระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์

แล้ว HTTP ยังถูกใช้ที่ไหน?

HTTP อาจยังพบได้ใน Environment ที่ถูกจำกัด เช่น

  • Local Development
  • Test Environment บางรูปแบบ
  • ระบบ Legacy
  • Service ภายใน Private Network บาง Architecture

HTTPS คือจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์ที่ปลอดภัย แต่ Security ต้องดูทั้งระบบ

ความปลอดภัยในการเข้าถึงเว็บไซต์เป็นเรื่องสำคัญ และ HTTPS ถือเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ช่วยปกป้องข้อมูลระหว่างการรับส่ง ทำให้เว็บไซต์รองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น แต่ HTTPS เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแล Security ของระบบ จึงต้องพิจารณาทั้ง Infrastructure, Network, Access Control และการปกป้องข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้ระบบพร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างมั่นคง

Nipa Cloud พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยวาง Cloud Infrastructure ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน โดยคำนึงถึงทั้ง Performance และ Security ตั้งแต่การออกแบบระบบไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง

กำลังวางระบบเว็บไซต์หรือย้าย Workload ขึ้น Cloud? ปรึกษากับ Nipa Cloud เลย!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HTTP และ HTTPS

  • Q: SSL กับ TLS ต่างกันอย่างไร?

    A: SSL (Secure Sockets Layer) และ TLS (Transport Layer Security) เป็น Protocol ที่ใช้ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระหว่างการรับส่ง โดย TLS เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก SSL และมีความปลอดภัยมากกว่า ปัจจุบัน HTTPS ใช้ TLS เป็นมาตรฐานหลักแล้ว แม้คำว่า “SSL Certificate” จะยังถูกใช้เรียกกันทั่วไปอยู่ก็ตาม

  • Q: เว็บไซต์ที่มี HTTPS ปลอดภัย 100% หรือไม่?

    A: ไม่เสมอไป HTTPS ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลระหว่างการรับส่ง แต่ไม่ได้ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน เช่น Malware ช่องโหว่ของระบบ การขโมยรหัสผ่าน หรือเว็บไซต์ Phishing จึงยังต้องมีมาตรการด้าน Security อื่น ๆ ทำงานร่วมกัน

  • Q: เมื่อใช้ HTTPS แล้ว ยังจำเป็นต้องมี Firewall หรือมาตรการ Network Security หรือไม่?

    A: ยังจำเป็น เพราะ HTTPS มีหน้าที่ปกป้องข้อมูลระหว่างการรับส่ง ส่วน Firewall และ Network Security จะช่วยควบคุมการเข้าถึงระบบและกรอง Traffic ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งควรทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบโดยรวม

  • Q: TLS Certificate ควรติดตั้งไว้ที่ส่วนไหนของ Cloud Infrastructure?

    A: ขึ้นอยู่กับ Architecture ของระบบ โดย TLS Certificate อาจติดตั้งไว้ที่ Web Server, Reverse Proxy หรือ Load Balancer ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่รับและจัดการ HTTPS Traffic ก่อนส่งต่อไปยังระบบด้านหลัง

  • Q: Mixed Content คืออะไร?

    A: Mixed Content คือ กรณีที่หน้าเว็บไซต์เปิดผ่าน HTTPS แต่ยังมีบาง Resource เช่น รูปภาพ Script หรือไฟล์อื่นถูกโหลดผ่าน HTTP ซึ่งอาจทำให้ Browser แจ้งเตือนหรือจำกัดการทำงานบางส่วนได้

เสริมความพร้อมด้าน Security และวาง Cloud Infrastructure ให้เหมาะกับระบบของคุณ ปรึกษา Nipa Cloud ได้ที่นี่

Tag:

Cybersecurity

Share this Article

Share