Tech Trending

Gartner เปิด 10 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญที่น่าจับตามองในปี 2024

Published : April 4, 2024Time : 1 min read

Gartner บริษัทวิจัยชั้นนำ ชี้ให้ประเมินผลกระทบและประโยชน์ของเทรนด์เทคโนโลยีทั้ง 10 ข้อ เพื่อพิจารณาว่านวัตกรรมหรือกลยุทธ์ใดที่น่าจับตามองเพื่อให้องค์กรนำไปปรับใช้และรู้เท่าทันเทรนด์เทคโนโลยี

AI Trust, Risk and Security Management (AI TRiSM)

การที่ผู้คนเข้าถึง AI มากขึ้น ทำให้ต้องมีการกำหนดกลยุทธ์สำหรับการจัดการด้านความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงและความปลอดภัยของ AI (AI TRiSM) ซึ่งหากไม่มีอาจจะทำให้ใช้ประโยชน์จาก AI ไม่เต็มที่

Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 องค์กรต่างๆ จะใช้มาตรฐาน AI TRiSM กับเทคโนโลยี AI เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ในการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ จากการวิเคราะห์ องค์กรที่นำการควบคุม TRiSM ไปใช้กับแอปพลิเคชัน AI สามารถลดข้อมูลที่ผิดพลาดและไม่ถูกต้องได้ถึง 80% ภายในปี 2026 การใช้การควบคุม AI TRiSM นี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยให้โครงการ AI สร้างมูลค่าทางธุรกิจมากขึ้นและมีความแม่นยำและความสอดคล้องของโมเดลที่ดีกว่า

Continuous Threat Exposure Management (CTEM)

การจัดการความเสี่ยงจากความเสียหายต่อเนื่อง หรือ (CTEM) เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติและเป็นระบบที่ช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความเสี่ยง และการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่จับต้องได้และแบบดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

จากการวิเคราะห์ องค์กรที่นำโปรแกรม CTEM มาใช้จะสามารถลดการถูกละเมิดข้อมูลลงได้ถึง 2 ใน 3 ภายในปี 2026 การใช้โปรแกรมนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยให้การประเมินความเสี่ยงสอดคล้องกับแนวทางธุรกิจ การจัดการกับความเสี่ยงทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ รวมถึงการปรับปรุงลำดับความสำคัญของการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ

Sustainable Technology

Sustainable Technology หรือ เทคโนโลยียั่งยืนจากการใช้ Digital Solutions มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งการใช้เทคโนโลยีอย่าง AI, Internet of Things และ Cloud Computing ทำให้เกิดข้อถกเถียงด้านการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทำให้การใช้ไอทีต้องมีประสิทธิภาพ มีการหมุนเวียน และมีความยั่งยืนมากขึ้น โดย Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2026 ผู้บริหารระดับ CIO 25% จะเห็นการเชื่อมโยงของค่าตอบแทนส่วนบุคคลกับผลกระทบทางเทคโนโลยีที่ยั่งยืนขึ้น

Platform Engineering

Platform Engineering เป็นวิธีการที่สำคัญในการสร้างและบริหารจัดการแพลตฟอร์มภายในองค์กรให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบ self- service เพื่อแก้ปัญหาในการทำงานของ Developer เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานผ่านการเชื่อมต่อกับเครื่องมือและกระบวนการต่าง ๆ

ตามที่ Gartner ระบุ ภายในปี 2026 องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับวิศวกรรมซอฟต์แวร์ถึง 80% จะมีทีมพิเศษเพื่อพัฒนาและจัดการกับบริการ ส่วนประกอบ และเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ เพื่อช่วยในการสร้างแอปพลิเคชัน ทำให้จะมีทีมที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อสร้างส่วนประกอบที่สามารถนำไปใช้ใหม่ได้หลายครั้ง ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นไปได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

AI-Augmented Development

การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยในการออกแบบ เขียนโค้ด และทดสอบแอปพลิเคชันให้กับวิศวกรซอฟต์แวร์ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีมากขึ้นและช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำงานทำให้สามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่สำคัญกว่า

โดยคาดว่าภายในปี 2028 วิศวกรซอฟต์แวร์ในองค์กรต่าง ๆ ประมาณ 75% จะเริ่มใช้ผู้ช่วย AI สำหรับการเขียนโค้ด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในช่วงต้นปี 2023 ซึ่งหมายความว่าการใช้ AI ในงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจะมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมนี้

Industry Cloud Platforms

ภายในปี 2027 องค์กรมากกว่า 70% มีการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในอุตสาหกรรม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2023 ที่มีอัตราการใช้น้อยกว่า 15% เนื่องจาก Industry Cloud Platforms (ICPs) ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมและสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการขององค์กรแต่ละแห่ง โดยจัดการกับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดยการรวมบริการ SaaS, PaaS และ IaaS เข้าด้วยกัน และในอนาคต ICP จะสามารถปรับแต่งระบบ cloud ให้เหมาะสมกับธุรกิจที่แตกต่างกันได้

Intelligent Applications

Gartner ให้คำจำกัดความของแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่มีความชาญฉลาด (Intelligent Applications) ว่าเป็นความสามารถในการเรียนรู้ปรับตัวให้ตอบสนองอัตโนมัติอย่างเหมาะสม เพื่อการตอบสนองอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องอาศัยคำแนะนำของมนุษย์ ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบอัตโนมัติได้ดียิ่งขึ้น

โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2023 พบว่า 26% ของผู้บริหารระดับ CEO มองว่า การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถคือความเสียหายมากที่สุดสำหรับองค์กร ซึ่งคาดว่า AI จะมีผลกระทบมากที่สุดต่ออุตสาหกรรมในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

Democratized Generative AI

ทุกคนสามารถเข้าถึง AI ได้อย่างง่ายดายในปัจจุบัน เพราะ Generative AI ถูกผสมผสานเข้ากับการประมวลผลคลาวด์และระบบ Open Source ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 ธุรกิจจะหันมาใช้งาน GenAI มากกว่า 80% ซึ่งเพิ่มจากช่วงต้นปี 2023 ที่มีผู้ใช้งานน้อยกว่า 5%

เนื่องจากการเข้าถึง AI ที่ง่ายขึ้น ในองค์กรที่เปิดโอกาสในการทำงานอัตโนมัติในหลายด้านทำให้ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการพัฒนาธุรกิจ

Augmented Connected Workforce

กลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าจากแรงงานมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะ วิเคราะห์เพื่อเพิ่มความสามารถ ทักษะ และประสิทธิภาพของบุคลากร โดยคาดว่าจนถึงปี 2027 ผู้บริหารไอที (CIOs) 25% จะเริ่มใช้งาน Augmented Connected Workforce เพื่อช่วยพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีทักษะการทำงานที่ดีขึ้นและลดเวลาการทำงานลง

Machine Customers

Machine customers คือ แนวคิดเกี่ยวกับตัวแทนทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งสามารถทำการเจรจาซื้อสินค้าและบริการได้โดยอัตโนมัติ เช่น ระบบ AI, หุ่นยนต์ ซึ่งคาดการณ์ว่าการเติบโตของ machine customers จะสร้างรายได้หลายล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ซึ่งอาจจะแซงหน้า E-commerce ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก Gartner

AUTHOR
Author