• Blog
  • Tech Knowledge
  • Cloud Storage คืออะไร? รู้จักประเภท ข้อดี และวิธีเลือกใช้งาน

Tech Knowledge

Cloud Storage คืออะไร? รู้จักประเภท ข้อดี และวิธีเลือกใช้งาน

NC

By Nipa C. (Nipa Cloud)

Published : September 25, 2026

Time : 5 min read

ระบบ Cloud Storage คืออะไร - thumbnail
  1. Cloud Storage คืออะไร เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน?
  2. Object, Block และ File Storage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้ตรงกับงาน?
    1. Object Storage: สำหรับข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
    2. Block Storage: สำหรับฐานข้อมูลและดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์
    3. File Storage: สำหรับไฟล์และโฟลเดอร์ที่ใช้งานร่วมกัน
  3. Object Storage ต่างจากบริการที่มีแอปให้จัดการ เช่น iCloud หรือ Dropbox อย่างไร?
  4. Cloud Storage ทำงานอย่างไร ตั้งแต่ส่งข้อมูลจนเรียกใช้?
  5. Cloud Storage มีข้อดีอะไร ช่วยลดภาระให้ธุรกิจได้อย่างไร?
  6. ก่อนเลือก Cloud Storage ต้องดูอะไร นอกจากราคา?
  7. บริการ Cloud Storage ในไทยที่น่าสนใจ
  8. เลือก Cloud Storage ให้เหมาะกับงานและรองรับการเติบโตของธุรกิจ
  9. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cloud Storage

เมื่อข้อมูลธุรกิจเพิ่มขึ้นทุกวัน Cloud Storage แบบไหนจะตอบโจทย์องค์กรของคุณ?

หลายคนคุ้นกับการใช้คลาวด์ฝากไฟล์หรือแชร์เอกสาร แต่เมื่อต้องจัดเก็บฐานข้อมูลหรือไฟล์จากแอปพลิเคชันของธุรกิจ แค่มีพื้นที่เพียงพออาจยังไม่ตอบโจทย์ เพราะข้อมูลแต่ละแบบต้องการวิธีจัดเก็บและเรียกใช้ที่ต่างกัน

บทความนี้ Nipa Cloud จะพาไปรู้จัก Cloud Storage ตั้งแต่ประเภท ข้อดี ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับองค์กรของคุณ

Cloud Storage คืออะไร เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน?

Cloud Storage คือบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ใช้เก็บได้ทั้งเอกสาร รูปภาพ และข้อมูลของระบบธุรกิจ โดยข้อมูลอยู่ในศูนย์ข้อมูลและเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายส่วนตัว ผู้ให้บริการดูแลอุปกรณ์จัดเก็บให้ ส่วนข้อมูลจะอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคใดขึ้นอยู่กับบริการและการตั้งค่าที่เลือก

Object, Block และ File Storage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้ตรงกับงาน?

Cloud Storage แบ่งตามวิธีจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลได้เป็น 3 แบบหลัก โดยแต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน

Object Storage: สำหรับข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

Object Storage เก็บข้อมูลเป็น Object พร้อมข้อมูลกำกับ (Metadata) และ Key มักเข้าถึงผ่าน API หรือเครื่องมือของผู้ให้บริการ เหมาะกับไฟล์ข้อมูล เอกสาร ไฟล์สำรองที่ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้าง รวมถึง Multimedia อย่าง รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เสียง พร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างการจัดการสิทธิเฉพาะจุด การทำซ้ำข้อมูล หรือการโฮสต์ไฟล์ HTML เป็นเว็บไซต์ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับฐานข้อมูลธุรกรรมที่ต้องแก้ไขข้อมูลบางส่วนบ่อย ๆ และตอบสนองรวดเร็วสม่ำเสมอ

Object Storage มักจะถูกเรียกในฐานะของ Cloud Storage จากการจัดเก็บข้อมูลบน Cloud และรูปแบบการใช้งานที่ครอบคลุม Cloud Storage อื่นๆ เกือบทั้งหมด

Block Storage: สำหรับฐานข้อมูลและดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์

Block Storage แบ่งข้อมูลเป็นบล็อก ใช้งานเป็นดิสก์หรือ Volume ที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Machine) หรือระบบประมวลผลที่รองรับ เหมาะกับระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูลที่ต้องอ่านเขียนด้วยเวลาตอบสนองต่ำ การตั้งค่าดิสก์และระบบไฟล์ขึ้นอยู่กับบริการ หากหลายเซิร์ฟเวอร์ต้องใช้ข้อมูลร่วมกัน ต้องมีระบบจัดการการเข้าถึงพร้อมกันโดยเฉพาะ

File Storage: สำหรับไฟล์และโฟลเดอร์ที่ใช้งานร่วมกัน

File Storage จัดข้อมูลเป็นไฟล์และโฟลเดอร์แบบลำดับชั้น มักเชื่อมต่อผ่านโปรโตคอล NFS หรือ SMB เหมาะกับพื้นที่แชร์ไฟล์ส่วนกลางและแอปพลิเคชันที่เรียกข้อมูลผ่านตำแหน่งไฟล์ (File Path) สามารถใช้ซอฟท์แวร์สวมบน Object Storage ให้ใช้งานได้แบบ File Storage ได้ด้วย เช่น NextCloud

Cloud Storage ยังครอบคลุมบริการที่มีแอปให้ผู้ใช้ปลายทางจัดการไฟล์ได้เองด้วย เช่น iCloud Drive และ Dropbox ซึ่งสมัครบัญชีแล้วใช้งานได้ทันทีผ่านเว็บ แอปบนคอมพิวเตอร์ หรือแอปมือถือ มีหน้าจอให้อัปโหลดไฟล์ จัดโฟลเดอร์ ซิงก์ไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ แชร์ไฟล์ให้ผู้อื่น และทำงานร่วมกันในทีมได้ โดยไม่ต้องตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานหรือเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อเอง

Object Storage ต่างจากบริการที่มีแอปให้จัดการ เช่น iCloud หรือ Dropbox อย่างไร?

ทั้งสองแบบเป็นบริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ผู้ให้บริการดูแลให้ ต่างกันที่ระดับการใช้งาน Object Storage เน้นเป็นพื้นที่จัดเก็บที่สามารถ Integrate กับระบบอื่น ใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเอง หรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูปได้ ส่วน iCloud Drive และ Dropbox จะสามารถใช้งานได้ผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชันเฉพาะจากผู้ให้บริการเท่านั้น

ด้านการใช้งาน Object Storage iCloud Drive, Dropbox
ลักษณะบริการ พื้นที่จัดเก็บสำหรับระบบและแอปพลิเคชัน แอปสำหรับผู้ใช้เก็บ ซิงก์ และแชร์ไฟล์
การเริ่มต้น สร้าง Bucket ตั้งค่าสิทธิ์ และเชื่อมต่อระบบหรือเครื่องมือ สมัครบัญชีแล้วเริ่มใช้ผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชัน
การปรับให้เข้ากับงาน กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้หลายระดับผ่านการกำหนด Access Control List และ Policies ปรับได้เท่าที่ฟีเจอร์และการเชื่อมต่อของบริการรองรับ
ลักษณะการเข้าถึง ผ่าน API, SDK, CLI รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเองหรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ รวมถึงการเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่แต่ละบริการรองรับ
ตัวอย่างงาน สำรองข้อมูลระบบเพื่อรองรับการกู้คืนเมื่อเกิดภัยพิบัติ (DR), เก็บไฟล์กล้องวงจรปิด หรือเก็บไฟล์มัลติมีเดียสำหรับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเอง สำรองรูปภาพ ฝากไฟล์ หรือแชร์ไฟล์ผ่านลิงก์

Cloud Storage ทำงานอย่างไร ตั้งแต่ส่งข้อมูลจนเรียกใช้?

เมื่อผู้ใช้ หรือระบบอัปโหลดไฟล์ไปยัง Cloud Storage ข้อมูลจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายส่วนตัวไปเก็บในศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการ โดยแบ่งขั้นตอนให้เห็นภาพได้ดังนี้

  • การจัดเก็บ: ผู้ใช้หรือแอปส่งข้อมูล → ระบบตรวจสอบสิทธิ์การเขียน → จัดเก็บข้อมูล → ยืนยันว่าบันทึกสำเร็จ
  • การเรียกใช้: ผู้ใช้หรือแอปขอข้อมูล → ระบบตรวจสอบสิทธิ์การอ่าน → ดึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ → ส่งกลับให้ใช้งาน

วิธีเชื่อมต่อแตกต่างกันตามประเภท Storage และบริการที่เลือก แต่การอ่านหรือเขียนข้อมูลต้องเป็นไปตามสิทธิ์ที่ตั้งไว้

Cloud Storage มีข้อดีอะไร ช่วยลดภาระให้ธุรกิจได้อย่างไร?

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย: ช่วยลดเงินลงทุนเริ่มต้นด้านอุปกรณ์และภาระบำรุงรักษา เมื่อเทียบกับการสร้างระบบจัดเก็บภายในองค์กร (On-Premise) โดยเลือกจ่ายตามแพ็กเกจหรือตามการใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ในส่วนที่ไม่ต้องจ่ายเงินจองพื้นที่จัดเก็บที่ยังไม่ได้ใช้งาน

  • ความปลอดภัยของข้อมูล: ผู้ให้บริการมีเครื่องมือช่วยปกป้องข้อมูล เช่น การเข้ารหัสและการกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ผู้ใช้จึงควบคุมได้ว่าใครหรือระบบใดเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง ตามฟีเจอร์ที่รองรับและการตั้งค่าขององค์กร

  • ความยืดหยุ่นและขยายตามความต้องการ: เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้รองรับข้อมูลที่เติบโตได้ โดยไม่ต้องซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่เองทุกครั้ง ส่วนการลดขนาดพื้นที่และขีดจำกัดในการขยายเป็นไปตามประเภท Storage และเงื่อนไขบริการ

  • เข้าถึงข้อมูลจากที่ไหนก็ได้: ผู้ใช้และระบบที่ได้รับสิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตจากที่ไหนก็ได้ ช่วยให้ทีมที่ทำงานต่างสาขาหรือนอกสำนักงานเรียกใช้ข้อมูลได้ โดยไม่ต้องอยู่ใกล้อุปกรณ์จัดเก็บ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเชื่อมต่อของบริการ

ก่อนเลือก Cloud Storage ต้องดูอะไร นอกจากราคา?

การเลือก Cloud Storage ควรเริ่มจากลักษณะงานและข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ แล้วเปรียบเทียบเงื่อนไขบริการให้ตรงกับความต้องการขององค์กร โดยมีปัจจัยหลักดังนี้

  • ประเภทและปริมาณข้อมูลที่จะจัดเก็บ: ระบุว่าเป็นฐานข้อมูลที่แก้ไขบ่อย ไฟล์จากแอปพลิเคชัน หรือเอกสารสำหรับแชร์ในทีม พร้อมประเมินปริมาณปัจจุบันและที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เพื่อเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับงาน

  • ค่าใช้จ่ายและแผนการใช้บริการ: ค่าใช้จ่ายของ Cloud Storage อาจแบ่งเป็นหลายส่วน ตั้งแต่พื้นที่จัดเก็บข้อมูล คำขออ่านเขียน ปริมาณข้อมูลเข้าออก และบริการเสริม เช่น การสำรองหรือกู้คืนข้อมูล การดูแค่ค่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างเดียว อาจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่คาดคิดได้

  • ประสิทธิภาพและการปรับขนาด: งานฐานข้อมูลต้องดูความเร็วอ่านเขียนและเวลาตอบสนอง ส่วนไฟล์ขนาดใหญ่ต้องดูความเร็วรับส่งข้อมูล รวมถึงขั้นตอนและข้อจำกัดในการเพิ่มหรือลดพื้นที่ของแต่ละบริการ

  • สิทธิ์เข้าถึง การสำรอง และกู้คืนข้อมูล: ตรวจว่ากำหนดสิทธิ์ได้ละเอียดแค่ไหน และมีระบบสำรองหรือเก็บเวอร์ชันย้อนหลังหรือไม่ พร้อมดูระยะเวลาที่เก็บย้อนหลังและเวลาที่ใช้กู้คืน อย่าถือว่ามีสำเนาให้อัตโนมัติทุกบริการ ส่วนการจำกัดผู้เข้าถึงต้องอาศัยการตั้งค่าที่เหมาะสม ทั้งขอบเขตของข้อมูล และผู้มีสิทธิเข้าถึง

  • การช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา: ดูช่องทางติดต่อ เวลาที่มีทีมดูแล และระยะเวลาตอบรับปัญหา แยกจากข้อตกลงระดับบริการหรือ SLA ซึ่งต้องตรวจว่ารับประกันด้านใดและมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง

บริการ Cloud Storage ในไทยที่น่าสนใจ

1. Nipa Cloud

ผู้ให้บริการไทย ที่ให้บริการด้วย Open-Source อย่างแท้จริง ทำให้มั่นใจได้ใน Sovereight ของข้อมูล ให้บริการ Block Storage ที่เป็น SSD M2 ประสิทธิภาพสูง และ Object Storage ตามมาตรฐาน S3-compatible API ทำให้เชื่อมต่อกับเครื่องมื่อต่างๆ ได้ง่าย มีโครงสร้างราคาที่ชัดเจน สามารถคำนวนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้

สนใจ Block Storage หรือบริการอื่น ๆ คลิกดูแพ็กเกจและราคาได้ที่นี่

2. INET

ให้บริการครบทั้ง Object Storage และ Block Storage รองรับการใช้งานหลายรูปแบบ มี Local Support เหมือนกับ Nipa Cloud อย่างไรก็ตาม ทางผู้ให้บริการไม่ได้มีการเปิดเผยโครงสร้างราคาที่ชัดเจน จะต้องสอบถามทางผู้ให้บริการ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

3. CloudHM

ไม่ได้มีการให้บริการ Object Storage แยกออกมาชัดเจน แต่จะเน้นไปที่บริการ Backup เป็นหลัก โดยสามารถ Backup ได้จากหลายรูปแบบ และมีการชูเรื่องการ Local Support ที่ตอบสนองรวดเร็ว

เลือก Cloud Storage ให้เหมาะกับงานและรองรับการเติบโตของธุรกิจ

การเลือก Cloud Storage เริ่มจากงานที่ต้องใช้เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ดูที่ราคาหรือพื้นที่ โดยธุรกิจสามารถใช้หลายประเภทร่วมกันได้ตามความเหมาะสม พร้อมวางแผนค่าใช้จ่าย สิทธิ์เข้าถึง และการสำรองข้อมูลให้รองรับการเติบโต

สำหรับธุรกิจที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ Storage ให้ตรงกับงาน และความมั่นใจเรื่องข้อมูลอยู่ภายใต้กฎหมายไทยตามแนวคิด Digital Sovereignty Nipa Cloud พร้อมให้บริการ Block Storage และ Object Storage บน Nipa Cloud Space เพื่อวางระบบจัดเก็บให้เหมาะกับงานวันนี้ และรองรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเมื่อองค์กรขยายบริการหรือฐานลูกค้าในอนาคต

ดูราคา Object Storage หรือบริการอื่น ๆ คลิกได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cloud Storage

  • Q: STaaS ต่างจาก Cloud Storage และ IaaS อย่างไร?

    A: Cloud Storage คือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ส่วน IaaS และ STaaS เป็นการมองพื้นที่จัดเก็บคนละมุม Block Storage และ Object Storage ที่เข้าถึงผ่าน API เพื่อนำไปประกอบระบบเอง มักถูกจัดเป็นส่วนหนึ่งของ IaaS เช่นเดียวกับ Compute และ Network ส่วน STaaS เน้นที่รูปแบบการให้บริการ คือบริการจัดเก็บข้อมูลที่แยกขายเป็นสินค้าหลักต่างหาก คิดค่าบริการตามการใช้งาน และดูแลอุปกรณ์ให้แบบ Managed ทั้งบนคลาวด์สาธารณะหรือในศูนย์ข้อมูลขององค์กรเอง รวมถึงบริการที่มีแอปให้ผู้ใช้ปลายทางจัดการไฟล์เองอย่าง iCloud Drive และ Dropbox ด้วย

  • Q: Public Cloud, Private Cloud และ Hybrid Cloud ต่างจากประเภท Storage อย่างไร?

    A: Public, Private และ Hybrid Cloud แบ่งตามรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานและการใช้งานคลาวด์ ส่วน Block, Object และ File Storage แบ่งตามวิธีจัดเก็บข้อมูล จึงใช้ร่วมกันได้ เช่น Object Storage บน Public Cloud

  • Q: หากไม่มีอินเทอร์เน็ต ยังเปิดไฟล์บน Cloud Storage ได้ไหม?

    A: เปิดได้หากดาวน์โหลดหรือเตรียมไฟล์ไว้ใช้งานออฟไลน์บนอุปกรณ์แล้ว ส่วนไฟล์ที่อยู่บนคลาวด์เพียงอย่างเดียวต้องมีเครือข่ายเชื่อมต่อจึงจะเรียกใช้ได้

  • Q: เก็บไฟล์บนคลาวด์แล้ว ยังต้องสำรองข้อมูลอีกไหม?

    A: Cloud Storage ของ Nipa Cloud มีการจัดการที่ทำให้สามารถกู้คืนข้อมูลได้ ตามมาตรฐานการให้บริการอยู่แล้ว แต่การสำรองข้อมูลมากกว่า 1 ที่ก็ยังมีประโยชน์ในหลายกรณี เช่น การสำรองข้อมูลเองบนระบบ On-Premises ควบคู่กับการบน Nipa Cloud ที่หากความเสียเล็กน้อยที่ Storage หลัก ยังสามารถกู้คืนจาก On-Premises ได้ แต่ถ้าเกิดปัญหากับทั้ง Cluster เช่นปัญหา Network หรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ การจะใช้ข้อมูลที่สำรองอยู่บน Nipa Cloud เปิดให้บริการแทนก็สามารถทำได้เช่นกัน

  • Q: หากยกเลิกบริการ Cloud Storage แล้ว ข้อมูลจะถูกลบทันทีไหม?

    A: ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและประเภทการยกเลิก บางกรณีอาจมีช่วงเวลาให้ดาวน์โหลดข้อมูล ขณะที่บางบริการอาจลบทรัพยากรเมื่อยืนยันยกเลิก จึงควรย้ายข้อมูลและตรวจว่าสำเนาเปิดใช้งานได้ครบก่อนดำเนินการ

  • Q: Cloud Storage ใช้แทน Cloud Server ได้ไหม?

    A: ทำหน้าที่ต่างกัน Cloud Storage ใช้จัดเก็บข้อมูล ส่วน Cloud Server ใช้รันโปรแกรมและประมวลผล หากต้องการเปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีระบบหลังบ้าน โดยทั่วไปต้องใช้ส่วนประมวลผลร่วมกับพื้นที่จัดเก็บ

สนใจ Cloud Storage หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม คลิกที่นี่

Tag:

Cloud StorageFile StorageObject StorageBlock Storage

Share this Article

Share