- Blog
- Tech Knowledge
Cloud Storage คืออะไร? รู้จักประเภท ข้อดี และวิธีเลือกใช้งาน
Cloud Storage คืออะไร? รู้จักประเภท ข้อดี และวิธีเลือกใช้งาน
By Nipa C. (Nipa Cloud)
Published : September 25, 2026
Time : 5 min read


- Cloud Storage คืออะไร เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน?
- Object, Block และ File Storage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้ตรงกับงาน?
- Object Storage ต่างจากบริการที่มีแอปให้จัดการ เช่น iCloud หรือ Dropbox อย่างไร?
- Cloud Storage ทำงานอย่างไร ตั้งแต่ส่งข้อมูลจนเรียกใช้?
- Cloud Storage มีข้อดีอะไร ช่วยลดภาระให้ธุรกิจได้อย่างไร?
- ก่อนเลือก Cloud Storage ต้องดูอะไร นอกจากราคา?
- บริการ Cloud Storage ในไทยที่น่าสนใจ
- เลือก Cloud Storage ให้เหมาะกับงานและรองรับการเติบโตของธุรกิจ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cloud Storage
เมื่อข้อมูลธุรกิจเพิ่มขึ้นทุกวัน Cloud Storage แบบไหนจะตอบโจทย์องค์กรของคุณ?
หลายคนคุ้นกับการใช้คลาวด์ฝากไฟล์หรือแชร์เอกสาร แต่เมื่อต้องจัดเก็บฐานข้อมูลหรือไฟล์จากแอปพลิเคชันของธุรกิจ แค่มีพื้นที่เพียงพออาจยังไม่ตอบโจทย์ เพราะข้อมูลแต่ละแบบต้องการวิธีจัดเก็บและเรียกใช้ที่ต่างกัน
บทความนี้ Nipa Cloud จะพาไปรู้จัก Cloud Storage ตั้งแต่ประเภท ข้อดี ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับองค์กรของคุณ
Cloud Storage คืออะไร เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน?
Cloud Storage คือบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ใช้เก็บได้ทั้งเอกสาร รูปภาพ และข้อมูลของระบบธุรกิจ โดยข้อมูลอยู่ในศูนย์ข้อมูลและเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายส่วนตัว ผู้ให้บริการดูแลอุปกรณ์จัดเก็บให้ ส่วนข้อมูลจะอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคใดขึ้นอยู่กับบริการและการตั้งค่าที่เลือก
Object, Block และ File Storage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้ตรงกับงาน?
Cloud Storage แบ่งตามวิธีจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลได้เป็น 3 แบบหลัก โดยแต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน
Object Storage: สำหรับข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
Object Storage เก็บข้อมูลเป็น Object พร้อมข้อมูลกำกับ (Metadata) และ Key มักเข้าถึงผ่าน API หรือเครื่องมือของผู้ให้บริการ เหมาะกับไฟล์ข้อมูล เอกสาร ไฟล์สำรองที่ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้าง รวมถึง Multimedia อย่าง รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เสียง พร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างการจัดการสิทธิเฉพาะจุด การทำซ้ำข้อมูล หรือการโฮสต์ไฟล์ HTML เป็นเว็บไซต์ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับฐานข้อมูลธุรกรรมที่ต้องแก้ไขข้อมูลบางส่วนบ่อย ๆ และตอบสนองรวดเร็วสม่ำเสมอ
Object Storage มักจะถูกเรียกในฐานะของ Cloud Storage จากการจัดเก็บข้อมูลบน Cloud และรูปแบบการใช้งานที่ครอบคลุม Cloud Storage อื่นๆ เกือบทั้งหมด
Block Storage: สำหรับฐานข้อมูลและดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์
Block Storage แบ่งข้อมูลเป็นบล็อก ใช้งานเป็นดิสก์หรือ Volume ที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Machine) หรือระบบประมวลผลที่รองรับ เหมาะกับระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูลที่ต้องอ่านเขียนด้วยเวลาตอบสนองต่ำ การตั้งค่าดิสก์และระบบไฟล์ขึ้นอยู่กับบริการ หากหลายเซิร์ฟเวอร์ต้องใช้ข้อมูลร่วมกัน ต้องมีระบบจัดการการเข้าถึงพร้อมกันโดยเฉพาะ
File Storage: สำหรับไฟล์และโฟลเดอร์ที่ใช้งานร่วมกัน
File Storage จัดข้อมูลเป็นไฟล์และโฟลเดอร์แบบลำดับชั้น มักเชื่อมต่อผ่านโปรโตคอล NFS หรือ SMB เหมาะกับพื้นที่แชร์ไฟล์ส่วนกลางและแอปพลิเคชันที่เรียกข้อมูลผ่านตำแหน่งไฟล์ (File Path) สามารถใช้ซอฟท์แวร์สวมบน Object Storage ให้ใช้งานได้แบบ File Storage ได้ด้วย เช่น NextCloud
Cloud Storage ยังครอบคลุมบริการที่มีแอปให้ผู้ใช้ปลายทางจัดการไฟล์ได้เองด้วย เช่น iCloud Drive และ Dropbox ซึ่งสมัครบัญชีแล้วใช้งานได้ทันทีผ่านเว็บ แอปบนคอมพิวเตอร์ หรือแอปมือถือ มีหน้าจอให้อัปโหลดไฟล์ จัดโฟลเดอร์ ซิงก์ไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ แชร์ไฟล์ให้ผู้อื่น และทำงานร่วมกันในทีมได้ โดยไม่ต้องตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานหรือเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อเอง
Object Storage ต่างจากบริการที่มีแอปให้จัดการ เช่น iCloud หรือ Dropbox อย่างไร?
ทั้งสองแบบเป็นบริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ผู้ให้บริการดูแลให้ ต่างกันที่ระดับการใช้งาน Object Storage เน้นเป็นพื้นที่จัดเก็บที่สามารถ Integrate กับระบบอื่น ใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเอง หรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูปได้ ส่วน iCloud Drive และ Dropbox จะสามารถใช้งานได้ผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชันเฉพาะจากผู้ให้บริการเท่านั้น
| ด้านการใช้งาน | Object Storage | iCloud Drive, Dropbox |
|---|---|---|
| ลักษณะบริการ | พื้นที่จัดเก็บสำหรับระบบและแอปพลิเคชัน | แอปสำหรับผู้ใช้เก็บ ซิงก์ และแชร์ไฟล์ |
| การเริ่มต้น | สร้าง Bucket ตั้งค่าสิทธิ์ และเชื่อมต่อระบบหรือเครื่องมือ | สมัครบัญชีแล้วเริ่มใช้ผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชัน |
| การปรับให้เข้ากับงาน | กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้หลายระดับผ่านการกำหนด Access Control List และ Policies | ปรับได้เท่าที่ฟีเจอร์และการเชื่อมต่อของบริการรองรับ |
| ลักษณะการเข้าถึง | ผ่าน API, SDK, CLI รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเองหรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูป | ผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ รวมถึงการเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่แต่ละบริการรองรับ |
| ตัวอย่างงาน | สำรองข้อมูลระบบเพื่อรองรับการกู้คืนเมื่อเกิดภัยพิบัติ (DR), เก็บไฟล์กล้องวงจรปิด หรือเก็บไฟล์มัลติมีเดียสำหรับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเอง | สำรองรูปภาพ ฝากไฟล์ หรือแชร์ไฟล์ผ่านลิงก์ |
Cloud Storage ทำงานอย่างไร ตั้งแต่ส่งข้อมูลจนเรียกใช้?
เมื่อผู้ใช้ หรือระบบอัปโหลดไฟล์ไปยัง Cloud Storage ข้อมูลจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายส่วนตัวไปเก็บในศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการ โดยแบ่งขั้นตอนให้เห็นภาพได้ดังนี้
- การจัดเก็บ: ผู้ใช้หรือแอปส่งข้อมูล → ระบบตรวจสอบสิทธิ์การเขียน → จัดเก็บข้อมูล → ยืนยันว่าบันทึกสำเร็จ
- การเรียกใช้: ผู้ใช้หรือแอปขอข้อมูล → ระบบตรวจสอบสิทธิ์การอ่าน → ดึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ → ส่งกลับให้ใช้งาน
วิธีเชื่อมต่อแตกต่างกันตามประเภท Storage และบริการที่เลือก แต่การอ่านหรือเขียนข้อมูลต้องเป็นไปตามสิทธิ์ที่ตั้งไว้
Cloud Storage มีข้อดีอะไร ช่วยลดภาระให้ธุรกิจได้อย่างไร?
ประหยัดค่าใช้จ่าย: ช่วยลดเงินลงทุนเริ่มต้นด้านอุปกรณ์และภาระบำรุงรักษา เมื่อเทียบกับการสร้างระบบจัดเก็บภายในองค์กร (On-Premise) โดยเลือกจ่ายตามแพ็กเกจหรือตามการใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ในส่วนที่ไม่ต้องจ่ายเงินจองพื้นที่จัดเก็บที่ยังไม่ได้ใช้งาน
ความปลอดภัยของข้อมูล: ผู้ให้บริการมีเครื่องมือช่วยปกป้องข้อมูล เช่น การเข้ารหัสและการกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ผู้ใช้จึงควบคุมได้ว่าใครหรือระบบใดเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง ตามฟีเจอร์ที่รองรับและการตั้งค่าขององค์กร
ความยืดหยุ่นและขยายตามความต้องการ: เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้รองรับข้อมูลที่เติบโตได้ โดยไม่ต้องซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่เองทุกครั้ง ส่วนการลดขนาดพื้นที่และขีดจำกัดในการขยายเป็นไปตามประเภท Storage และเงื่อนไขบริการ
เข้าถึงข้อมูลจากที่ไหนก็ได้: ผู้ใช้และระบบที่ได้รับสิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตจากที่ไหนก็ได้ ช่วยให้ทีมที่ทำงานต่างสาขาหรือนอกสำนักงานเรียกใช้ข้อมูลได้ โดยไม่ต้องอยู่ใกล้อุปกรณ์จัดเก็บ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเชื่อมต่อของบริการ
ก่อนเลือก Cloud Storage ต้องดูอะไร นอกจากราคา?
การเลือก Cloud Storage ควรเริ่มจากลักษณะงานและข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ แล้วเปรียบเทียบเงื่อนไขบริการให้ตรงกับความต้องการขององค์กร โดยมีปัจจัยหลักดังนี้
ประเภทและปริมาณข้อมูลที่จะจัดเก็บ: ระบุว่าเป็นฐานข้อมูลที่แก้ไขบ่อย ไฟล์จากแอปพลิเคชัน หรือเอกสารสำหรับแชร์ในทีม พร้อมประเมินปริมาณปัจจุบันและที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เพื่อเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับงาน
ค่าใช้จ่ายและแผนการใช้บริการ: ค่าใช้จ่ายของ Cloud Storage อาจแบ่งเป็นหลายส่วน ตั้งแต่พื้นที่จัดเก็บข้อมูล คำขออ่านเขียน ปริมาณข้อมูลเข้าออก และบริการเสริม เช่น การสำรองหรือกู้คืนข้อมูล การดูแค่ค่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างเดียว อาจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่คาดคิดได้
ประสิทธิภาพและการปรับขนาด: งานฐานข้อมูลต้องดูความเร็วอ่านเขียนและเวลาตอบสนอง ส่วนไฟล์ขนาดใหญ่ต้องดูความเร็วรับส่งข้อมูล รวมถึงขั้นตอนและข้อจำกัดในการเพิ่มหรือลดพื้นที่ของแต่ละบริการ
สิทธิ์เข้าถึง การสำรอง และกู้คืนข้อมูล: ตรวจว่ากำหนดสิทธิ์ได้ละเอียดแค่ไหน และมีระบบสำรองหรือเก็บเวอร์ชันย้อนหลังหรือไม่ พร้อมดูระยะเวลาที่เก็บย้อนหลังและเวลาที่ใช้กู้คืน อย่าถือว่ามีสำเนาให้อัตโนมัติทุกบริการ ส่วนการจำกัดผู้เข้าถึงต้องอาศัยการตั้งค่าที่เหมาะสม ทั้งขอบเขตของข้อมูล และผู้มีสิทธิเข้าถึง
การช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา: ดูช่องทางติดต่อ เวลาที่มีทีมดูแล และระยะเวลาตอบรับปัญหา แยกจากข้อตกลงระดับบริการหรือ SLA ซึ่งต้องตรวจว่ารับประกันด้านใดและมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง
บริการ Cloud Storage ในไทยที่น่าสนใจ
1. Nipa Cloud
ผู้ให้บริการไทย ที่ให้บริการด้วย Open-Source อย่างแท้จริง ทำให้มั่นใจได้ใน Sovereight ของข้อมูล ให้บริการ Block Storage ที่เป็น SSD M2 ประสิทธิภาพสูง และ Object Storage ตามมาตรฐาน S3-compatible API ทำให้เชื่อมต่อกับเครื่องมื่อต่างๆ ได้ง่าย มีโครงสร้างราคาที่ชัดเจน สามารถคำนวนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้
2. INET
ให้บริการครบทั้ง Object Storage และ Block Storage รองรับการใช้งานหลายรูปแบบ มี Local Support เหมือนกับ Nipa Cloud อย่างไรก็ตาม ทางผู้ให้บริการไม่ได้มีการเปิดเผยโครงสร้างราคาที่ชัดเจน จะต้องสอบถามทางผู้ให้บริการ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม
3. CloudHM
ไม่ได้มีการให้บริการ Object Storage แยกออกมาชัดเจน แต่จะเน้นไปที่บริการ Backup เป็นหลัก โดยสามารถ Backup ได้จากหลายรูปแบบ และมีการชูเรื่องการ Local Support ที่ตอบสนองรวดเร็ว
เลือก Cloud Storage ให้เหมาะกับงานและรองรับการเติบโตของธุรกิจ
การเลือก Cloud Storage เริ่มจากงานที่ต้องใช้เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ดูที่ราคาหรือพื้นที่ โดยธุรกิจสามารถใช้หลายประเภทร่วมกันได้ตามความเหมาะสม พร้อมวางแผนค่าใช้จ่าย สิทธิ์เข้าถึง และการสำรองข้อมูลให้รองรับการเติบโต
สำหรับธุรกิจที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ Storage ให้ตรงกับงาน และความมั่นใจเรื่องข้อมูลอยู่ภายใต้กฎหมายไทยตามแนวคิด Digital Sovereignty Nipa Cloud พร้อมให้บริการ Block Storage และ Object Storage บน Nipa Cloud Space เพื่อวางระบบจัดเก็บให้เหมาะกับงานวันนี้ และรองรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเมื่อองค์กรขยายบริการหรือฐานลูกค้าในอนาคต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cloud Storage
Q: STaaS ต่างจาก Cloud Storage และ IaaS อย่างไร?
A: Cloud Storage คือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ส่วน IaaS และ STaaS เป็นการมองพื้นที่จัดเก็บคนละมุม Block Storage และ Object Storage ที่เข้าถึงผ่าน API เพื่อนำไปประกอบระบบเอง มักถูกจัดเป็นส่วนหนึ่งของ IaaS เช่นเดียวกับ Compute และ Network ส่วน STaaS เน้นที่รูปแบบการให้บริการ คือบริการจัดเก็บข้อมูลที่แยกขายเป็นสินค้าหลักต่างหาก คิดค่าบริการตามการใช้งาน และดูแลอุปกรณ์ให้แบบ Managed ทั้งบนคลาวด์สาธารณะหรือในศูนย์ข้อมูลขององค์กรเอง รวมถึงบริการที่มีแอปให้ผู้ใช้ปลายทางจัดการไฟล์เองอย่าง iCloud Drive และ Dropbox ด้วย
Q: Public Cloud, Private Cloud และ Hybrid Cloud ต่างจากประเภท Storage อย่างไร?
A: Public, Private และ Hybrid Cloud แบ่งตามรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานและการใช้งานคลาวด์ ส่วน Block, Object และ File Storage แบ่งตามวิธีจัดเก็บข้อมูล จึงใช้ร่วมกันได้ เช่น Object Storage บน Public Cloud
Q: หากไม่มีอินเทอร์เน็ต ยังเปิดไฟล์บน Cloud Storage ได้ไหม?
A: เปิดได้หากดาวน์โหลดหรือเตรียมไฟล์ไว้ใช้งานออฟไลน์บนอุปกรณ์แล้ว ส่วนไฟล์ที่อยู่บนคลาวด์เพียงอย่างเดียวต้องมีเครือข่ายเชื่อมต่อจึงจะเรียกใช้ได้
Q: เก็บไฟล์บนคลาวด์แล้ว ยังต้องสำรองข้อมูลอีกไหม?
A: Cloud Storage ของ Nipa Cloud มีการจัดการที่ทำให้สามารถกู้คืนข้อมูลได้ ตามมาตรฐานการให้บริการอยู่แล้ว แต่การสำรองข้อมูลมากกว่า 1 ที่ก็ยังมีประโยชน์ในหลายกรณี เช่น การสำรองข้อมูลเองบนระบบ On-Premises ควบคู่กับการบน Nipa Cloud ที่หากความเสียเล็กน้อยที่ Storage หลัก ยังสามารถกู้คืนจาก On-Premises ได้ แต่ถ้าเกิดปัญหากับทั้ง Cluster เช่นปัญหา Network หรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ การจะใช้ข้อมูลที่สำรองอยู่บน Nipa Cloud เปิดให้บริการแทนก็สามารถทำได้เช่นกัน
Q: หากยกเลิกบริการ Cloud Storage แล้ว ข้อมูลจะถูกลบทันทีไหม?
A: ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและประเภทการยกเลิก บางกรณีอาจมีช่วงเวลาให้ดาวน์โหลดข้อมูล ขณะที่บางบริการอาจลบทรัพยากรเมื่อยืนยันยกเลิก จึงควรย้ายข้อมูลและตรวจว่าสำเนาเปิดใช้งานได้ครบก่อนดำเนินการ
Q: Cloud Storage ใช้แทน Cloud Server ได้ไหม?
A: ทำหน้าที่ต่างกัน Cloud Storage ใช้จัดเก็บข้อมูล ส่วน Cloud Server ใช้รันโปรแกรมและประมวลผล หากต้องการเปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีระบบหลังบ้าน โดยทั่วไปต้องใช้ส่วนประมวลผลร่วมกับพื้นที่จัดเก็บ